กฎ 5 ข้อของ "นิติพงษ์ ห่อนาค"

ัิีbUZZ : สวัสดีครับ
พี่ดี้ : สวัสดี สวัสดี

bUZZ : อยากจะสัมภาษณ์พี่ดี้เกี่ยวกับอาชีพนักแต่งเพลงเพื่อเป็นแนวทางให้ tEEN ไทยน่ะครับ
พี่ดี้ : จ๊ะ... (ยิ้ม) เอ้า..เริ่มเลย

bUZZ : พี่แต่งเพลงครั้งแรกเนี่ยตอนอายุเท่าไหร่ครับ
พี่ดี้ : เอาแบบใช้ได้ หรือใช้ไม่ได้ล่ะ

bUZZ : ใช้ไม่ได้ก่อนดีกว่า
พี่ดี้ : ใช้ได้เลยน่ะหรอ... ตั้งแต่... (ทำหน้าคิด) ถ้าเป็นเด็กสมัยนี้ก็ประมาณ ม.4

bUZZ : ตอนนั้นคิดยัไงครับถึงเริ่มหัดแต่เพลง
พี่ดี้ : พอเล่นดนตรีเป็นสักหน่อย ก็อยากแต่งเพลงแล้วล่ะ

bUZZ : แล้วเพลงที่ใช้ได้ล่ะครับ
พี่ดี้ : มาตอนนี้เลย ตอนที่เป็นเฉลียง ชื่อเพลง "เข้าใจ" ตอนนั้นเอาเรื่องของเพื่อนข้าง ๆ เพื่อนสนิท เค้ามีแฟนแล้วชอบทะเลาะกัน พอมันเลิกกันแล้วกลับสนิทกว่าตอนที่เป็นแฟนกันอีก พูดกันดีกว่า คุยกันดีกว่า ก็เลยแต่งให้มัน

bUZZ : ครั้งแรกที่แต่งมันใช้ไม่ได้ แล้วพี่ทำยังไงครับถึงใช้ได้ มีใครมาสอนหรือเปล่า
พี่ดี้ : ไม่มีใครมาสอน ที่ครั้งแรกมันใช้ไม่ได้เพราะมันว่าไปเรื่อย ไม่ได้มีหลักเกณฑ์อะไร แต่พอหลัง ๆ ที่ใช้ได้เพราะโตแล้ว นึกอยากจะเขียนเรื่องนี้เรื่องราวมันก็ชัดขึ้น ไม่ใช่นึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียน

bUZZ : แสดงว่าตอนนี้พี่มีเทคนิคในการแต่งเพลง
พี่ดี้ : ทุกอย่างมันก็ต้องมีขั้นตอน อะไรมาก่อนทำไปเพื่ออะไร ทำไปตอบโจทย์อะไร ตั้งอะไรไว้ แล้วเราจะทำยังไงให้มันได้ เขียนเพลงก็เหมือนกัน เทคนิคก็คือ อยากได้ยินอะไรก็เขียนอย่างนั้น เขียนอะไรที่เราเชื่อว่ามันเป็นจริง เหมือนเขียนบทหนัง บทละครที่เวลาเราดู บทมันพูดแล้วประทับใจ เราเขียนเพลงก็ต้องเขียนให้ประทับใจตัวเองก่อน

bUZZ : ความรู้ด้านดนตรีจำเป็นมั้ยครับ
พี่ดี้ : น่าจะมีความชอบ มีความรู้สึกมากกว่าความรู้ ความรู้ถ้ามียิ่งดียิ่งเสริม คือมี Feel กับดนตรี อาจจะไม่ได้มีความรู้พื้นฐานดนตรีอะไร ก็ดีกว่าคนที่มีแต่ความรู้แต่ไม่มีความรู้สึก แต่ถ้ามีความรู้ด้วยมีความรู้สึกด้วยก็ยิ่งเบิกบานไปกันใหญ่

bUZZ : แล้วเรื่องภาษาเนี่ยเกี่ยวมั้ยครับ
พี่ดี้ : ภาษาก็เกี่ยว อย่างน้อยก็ต้องทำออกมาให้คนรู้สึกตาม เข้าใจได้ ถ้าเป็นคนเขียนไม่รู้เรื่อง คนอื่นก็คงไม่รู้เรื่องมั้ง ว่าเราจะเขียนบอกอะไร

bUZZ : คุณสมบัติที่ดีของนักแต่งเพลงควรมีอะไรบ้างครับ
พี่ดี้ : น่าจะมีความอยากก่อน มีความรักในเสียงเพลง รักดนตรี ชอบฟังเพลง ชอบฟังมากกว่าการฟังไปเรื่อย ๆ แล้วก็เป็นคนที่ชอบภาษา ชอบขีดเขียน ชอบใช้คำ เท่านี้น่าจะเป็นคุณสมบัติเริ่มต้นที่ดี ถ้าไม่มีพวกนี้ก็ไม่รู้จะเริ่มไปทำไม เพราะไม่ได้เกิดจากความรักความชอบ

bUZZ : ได้ข่าวว่าพี่ดี้มีกฎ 5 ข้อในการแต่งเพลง
พี่ดี้ : ไปรู้มาจากไหน... (ทำหน้าสงสัย) ไปเอามาจากไหน...

bUZZ : ไปสืบมาครับ
พี่ดี้ : สืบจากไหน..

bUZZ : จากลูกศิษย์พี่ดี้ครับ
พี่ดี้ : ก็เป็นหลักสูตรที่คิดเอาเอง ตั้งเอาเอง... เพื่ออย่างน้อยคนที่จะเริ่ม ใครก็ตามที่อยากจะเริ่มแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ก็จะได้เริ่มถูก เป็นหลักที่สำหรับใช้จับไว้ตอนเริ่มต้นเท่านั้นเอง พอเป็นแล้วเข้าใจมันแล้วก็ให้ทิ้งหลักซะ เพราะถ้ามัวจับอยู่ก็จะเงอะงะไม่ Smooth แต่ถ้าจะเริ่ม... เริ่มด้วยหลักนี้จะดี ก็เหมือนทุก ๆ อย่างเวลาเริ่มต้นจะมีหลักให้เริ่ม แต่แล้วทุกอย่างก็จะเป็นไปตามธรรมชาติเอง ไม่ต้องมานั่งคำนึงถึงหลักอะไรทั้งสิ้น

bUZZ : หลักที่ว่ามีอะไรบ้างครับ พอจะเปิดเผยได้มั้ยครับ
พี่ดี้ : ได้.. ข้อ 1 เราแต่งให้ใคร บุคลิกลักษณะเค้าเป็นยังไง เหมือนตัดเสื้อผ้าก็ต้องรู้จะตัดให้ใคร
ข้อ 2 พอเรารู้ว่าบุคลิกเค้าเป็นยังไง ต้องคิดว่าเค้าน่าจะพูดอะไร คนบุคลิกอย่างนี้น่าจะพูดเรื่องแบบไหน ก็คิดเรื่อง คิด Concept อย่างนั้นอย่างนี้
ข้อ 3 พอได้ทำนองมา ทำนองเป็นยังไง ฟังทำนองแล้วรู้สึกยังไง เศร้า ช้า หนัก สนุก ต้องวิเคราะห์มันให้เรียบร้อย
ข้อ 4 เมื่อได้ Concept แล้ว เขียนลงไปในทำนองแล้ว เราสามารถสื่อสารได้มั้ย สื่อสารไอ้ที่เราคิดไว้กับทำนองให้มันตรงกัน ให้คนฟังแล้วเข้าใจได้
ข้อ 5 สุดท้าย ก็เป็นเรื่องของเทคนิค ที่ทำยังไงให้คนประทับใจมากกว่าที่นั่งฟังเฉย ๆ แล้วก็ "เออเข้าใจ" แต่ไม่รู้สึกอะไร ซึ่งก็แล้วแต่ใครจะมี ใครจะคิดออก รวมถึงเทคนิคตาง ๆ ในเรื่องตัวโน้ตกับคำด้วย ที่ต้องฝึกหัดซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว อย่างบางคนเขียนเพลงเศร้าก็เศร้ามาก..ก จนคนฟังรู้สึกเจ็บช้ำตามไปกับเพลง


bUZZ : การแต่งเพลงสักเพลงนึงมันยากตรงขั้นตอนไหนครับ
พี่ดี้ : ยากทุกขั้นนะ เพราะมันเป็นนามธรรม ไม่ใช่ว่าขั้นตอนนี้ง่าย ขั้นตอนนี้ยาก 5 ข้อที่ว่ามันยากทุกขั้น อยู่ที่การมอง หยิบของง่าย ๆ ใกล้ตัวขึ้นมาใช้ก็จะง่าย

bUZZ : นักแต่งเพลงมีกระบวนการทำงานกันอย่างไรครับ
พี่ดี้ : ก็ต้องทำงานตามโจทย์ มีตั้งแต่โจทย์หลวม ๆ ไปจนถึงโจทย์คับ ๆ โจทย์หลวม ๆ คือ "เฮ้ย!!! แต่งเพลงให้นักร้องคนนี้หน่อยสิ" อยากคิดอะไรก็ไปคิดมา ก็มีแค่นักร้องเป็นโจทย์ คงไม่มีใครมั้งมาบอก "แต่งเพลงให้เพลงนึงสิ" ให้ใครก็ไม่รู้ มันก็ต้องมีโจทย์หน่อย

bUZZ : แล้วถ้ามีน้อง ๆ อยากเขียนเพลงแล้วเค้าจะเอาโจทย์จากไหนครับ
พี่ดี้ : มันเหมือนคนเขียนหนังสือ ก็ต้องเริ่มจากเขียนเรื่องของตัวเองก่อน หรือจากสิ่งใกล้ตัว สิ่งที่ตัวเองคุ้นเคย ถ้าอยากจะเขียนเพลงก็เขียนอะไรก็ได้ที่มาจากตัวเอง ความคิดของตัวเอง อารมณ์ตอนนั้นของตัวเองเป็นไงก็เขียนออกมา อกหักอยู่แต่งเพลงซักเพลงเข้าไป หรือกำลังแอบรักใครก็แต่ง แต่งไปตามอารมณ์ที่ตัวเองกำลังเป็นมันจะไ้ดรู้ Feel จริง ๆ

bUZZ : ทำนองล่ะครับ คนที่เริ่มหัดควรเอาทำนองจากไหนครับ
พี่ดี้ : แปลงเพลง... เอาทำนองอะไรก็ได้ ทำนองที่เราชอบ มาแต่งให้ตัวเองฟัง หรือให้ใครฟังก็ได้ เอามาเขียนเนื้อในแบบของเราสิว่าเป็นยังไง

bUZZ : อย่างนักแต่งเพลงอาชีพ เวลาแต่งเพลงออกมาจนคนได้ฟังเค้าต้องแก้กันเยอะหรือเปล่าครับ
พี่ดี้ : ส่วนใหญ่แก้เยอะ แต่จะเยอะจะน้อยเนี่ยก็แล้วแต่ มาถึงโป๊ะไม่แก้เลยสักตัว ...ไม่มี มาถึงก็ต้องมาเกลากันอีกทีให้เข้ากันกับดนตรี ถึงห้องอัดก็ต้องขยับคำนึิดนึงให้มันร้องง่ายขึ้น

bUZZ : พี่ว่าอาชีพนักแต่งเพลงสามารถประกอบเป็นอาชีพหลักได้หรือเปล่าครับ
พี่ดี้ : นี่ไง... (ชี้ตัวเอง) อาชีพหลักมาเกือบ 20 ปีแล้ว ตอนนี้พี่มีนักแต่งเพลงที่ทำงานด้วยกันมาเกือบ 6 ปีแล้ว ทุกวันนี้ก็สุขสบายดี ชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ คือทำอะไรก็ได้ให้มันเต็มที่อย่างนึง อาชีพนี้ก็อยู่ได้ดีไม่แพ้อาชีพอื่น แต่ขอบอกอะไรให้อย่าง น้อง ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นอย่าเพิ่งนึกถึงความสำเร็จก่อน อย่าคิดว่าจะได้ตังค์เท่าไหร่ อย่าไปคิดว่าจะต้องดังเท่าไหร่ อย่าคิดว่าจะออกมายังไง ทำไปด้วยความรักก่อน ไม่งั้นสมาธิมันจะส่ายมาก พี่ทำพี่ก็แต่งของพี่ไปเรื่อย ใครจะชอบไม่ชอบไม่เป็นไรแต่เราแต่ง คิดว่าดีเราชอบแบบนี้เราก็แต่ง อย่างบางคนตอนนี้ที่มีชื่อเสียง จักราวุธ แสวงผล, สุรักษ์ สุขเสวี อะไรพวกนี้ เรียนอยู่เป็นปีกว่าจะได้แต่งเพลงแรกออกเทป

bUZZ : พวกพี่เค้าเรียนกับพี่ดี้หรอครับ
พี่ดี้ : อืม.. ใช่

bUZZ : แล้วพี่เปิดสอนยังไงครับ
พี่ดี้ : เปิดมา 10 ปีที่แล้ว เปิดแต่ไม่ได้กว้างไง คือใครสนใจเค้าก็โทรมาเอง ก็เลยเรียกมาเรียนเลย ไม่รู้จักกันมาก่อนนะ

bUZZ : เรื่องแบบนี้ต้องอาศัยพรสวรรค์ด้วยหรือเปล่าครับ
พี่ดี้ : จะว่าไปแล้วมันก็มีส่วนด้วยนะ เพราะเป็นงานศิลปะต้องมี Talent มันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ แต่ก้ไม่ใช่ทำได้ไม่กี่คน ทำได้เยอะ ต้อง "หุ่นให้ใจรัก" อย่างที่เค้าว่า มี Talent แต่ไม่ขวนขวายหาอะไรเข้าตัว ก็จมอยู่แค่นั้นนะ เหมือนเพชรไม่ได้เจียระไนก็เป็นหิน ไม่ได้ใช้ ไม่ได้เป็นแหวน

บทสัมภาษณ์จากหนังสือ "BUSS MEGATEEN" คอลัมภ์ BE U WANNA B ปี 2543
ขอขอบคุณข้อมูลของท่านพระครูฯเป็นอย่างสูง

Top
   
2005 All rights reserved by Nitipong Fanclub