|
เรื่องสำคัญในการแต่งเพลง
นิติพงษ์ ห่อนาค 15 ปี กับการทำงานศิลปะเพื่อที่จะขายในตลาดที่ใหญ่ที่สุด
มีกลุ่มเป้าหมายที่กว้างที่สุด ... นั่นคือคนทั้งประเทศ
15 ปีที่ทำให้คนทั้งประเทศฟังเพลงจากงานเขียนของเขา นับเป็นร้อย ๆ เพลง นับเป็นพัน
ๆ รอบ หลายคน หลายความรัก หลายความเสียใจ บอกผ่านได้เป็นอย่างดีจากบทเพลงของผู้ชายคนนี้
ไม่ง่ายนักที่งานศิลปะจะถูกปรุงแต่ง และเคลือบสีของการตลาดไว้ได้อย่างแนบเนียนซะจนมองไม่เห็น
หรือนึกไม่ถึงว่านี่คืองาน "ศิลปะ" แต่ผู้ชายคนนี้ก็ทำให้เห็นมาแล้วถึง
15 ปี
Q : แต่งเพลงตามโจทย์กับตามใจนี่ชอบอันไหนมากกว่าคะ
A : ตามใจ, เอาแต่ใจสนุกกว่าอยู่แล้ว แน่นอน!!! และมีเพลงจำนวนมากนะ
ที่เป็นเพลงที่ดี แต่คนไม่ได้ฟัง ไม่รู้จัก มีเพลงที่เราตั้งใจทำ แต่คนก็ไม่ฟัง
ทำสิ่งที่คิดว่าดี แต่คนฟังทำหน้า blur.. งง (ทำหน้าตาประกอบ) มันก็อกหักเหมือนกันนะ
จะให้ทำยังไง จะเอาปืนไปจ่อหัวให้ฟังมันก็ไม่ได้
Q : แสดงว่ามีงานมัน ๆ ที่อยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำ
A : มี (เสียงหนักแน่น)
Q : แต่ยังหานักร้องไม่เจอ ไม่ถูกใจ หรือยังไงคะ
A : พี่จะปล่อยให้มันเป็นความฝัน
Q : ทำไมล่ะพี่
A : ก็ทำได้แล้วมันก็ไม่เป็นความฝันสิ !!! (ยิ้ม)
Q : ทำไมเพลงขาย เพลงสูตร ต้อง นิติพงษ์
A : คือพอได้ melody มาแบบที่เค้าเรียกกันว่า สูตร
ๆ
Q : ต่อ 1 ตัวงานเดี๋ยวนี้ ทำงานกันมากขึ้น - น้อยลงกว่าเมื่อก่อนยังไงบ้างคะ?
เหนื่อยกว่ากันเยอะไหม
A : (ถอนหายใจยาว) เหนื่อยกว่ามั้ย... ถ้าในการทำงานจริง
ๆ นะ เหนื่อยน้อยลงกว่าเมื่อก่อนเยอะ! มันมีเครื่องทุ่นแรงอุปกรณ์ต่าง ๆ
แต่ถ้าในแง่ของการสร้างสรรค์? เป็นนามธรรม ที่เราใช้ให้ไอ้เครื่องกด ๆ เนี่ยคิดให้เราไม่ได้
อันเนี้ยหนักหนา เพราะอะไร เพราะขายแล้วมันก็จะนิยม หรือเป็นธรรมเนียมไปโดยอัตโนมัติ
พอถึงเพลงที่เป็นแบบเนี้ย ก็จะไม่มีใครกล้าเขียน ไม่รู้มันยังไง แล้วพี่เนี่ยโดนอย่างเนี้ยมา
15 ปีแล้ว (หัวเราะ).. มัน ก็สนุกนะ แก้โจทย์ แก้ปัญหากันไป มันทำให้อ่านออกนะ
(นิ่งไปนาน) อันนี้เรื่องจริง... มันเหมือนเราเป็นจิตรกรมีสีน้ำ เราจะไม่ต้องการกระดาษสี
มันต้องการกระดาษขาวเท่านั้น ถ้ามันต้องหวือหวาอะไรนี่ก็อีกเรื่อง นี่คืออธิบายให้ฟังง่ายที่สุดนะ
สีน้ำ วาดไปให้สวย กระดาษขาวเท่านั้น ถ้ามัน (melody) มีรอยหยัก มีความเก๋
เท่ห์ มากไปกว่านั้น มันก็จะเขียนไม่ค่อยถนัด เอากระดาษขาวมา แต่มีข้อแม้ว่ากระดาษขาวของเอ็งเนี่ย
อุ้มน้ำหรือเปล่า เนื้อดีหรือเปล่า (ยิ้ม) คนที่ทำ melody กระดาษขาวที่ดีที่สุดเนี่ยคือ
ชาตรี คงสุวรรณ กระดาษเค้าเนื้อดีจริง ๆ ชงมาเนี่ย โห! เนียนเขียนสวย เนื้อดีมาก
มีเยอะนะที่บางคนเข้าใจว่า กระดาษขาว ก็แค่กระดาษขาว บางอันมันขาวก็จริง
แต่เนื้อกระดาษมันไม่ได้ ลงสีไม่ติด พี่ก็ทิ้งนะ แต่ก็อย่างว่าถ้ากระดาษเนื้อดี
ลงสีไม่ดี วาดไม่สวย มันก็...ธรรมดาเป็นรูปธรรมดาไป
Q : อยากให้พี่พูดถึงเพลงขาย เพลงสูตร วิธีคิด ความยาก ง่ายของยุคสมัยที่เป็นตัวแปรในงาน
แบบเต็มที่เลยนะคะ
A : รากเหง้ารสนิยมของคนไทยเปลี่ยนน้อย กระพี้มันต่างหากที่ต่างไป
เพลงสูตรนี่เขียนเมื่อไหร่ก็โดน แต่ก็ต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ว่าเดี๋ยวนี้เค้าคิดอะไรกันอยู่บ้าง
เพลงอย่าง "ช่างทำรุนแรงเหลือเกิน" เนี่ย ก็อาจจะไม่โดนไปแล้ว
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ความสนใจ อายุ อะไรพวกเนี้ย ก็เรียวลง ถึงกับแปลกใจเลยนะว่าเกิดอะไรขึ้น
เพลงสำหรับคนอายุ 25-30 หายไปไหนกันหมด
มันเป็นของเก่า ทำซ้ำเก่าที่เราเคยทำ คนก็ว่าเก่า ทำของใหม่คนก็ไม่พร้อมที่จะรับ
ก็เลยยืนมันอยู่กลางถนนนั่นแหละ ไม่รู้จะเอายังไงเหมือนกัน ถามว่าเหนื่อยมั้ย
มันเหนื่อยตรงนั้นแหละ
Q : จริง ๆ เพลงใหม่ ๆ ตอนนี้มันก็เพราะนะพี่ แต่ทำไมความรู้สึกเพราะมันน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมากเลย
พี่ว่ามันเป็ฯเพราะอะไรคะ
A : โทษ (คิดนาน) Adison, Marcony โทษการสื่อสาร คือ
พอการสื่อสารมันกระจัดกระจายง่าย เห็นง่าย ไวขึ้น เร็วขึ้น ทุกอย่างง่ายทันกันไปหมดทั้งโลก
พอมันง่าย มันก็เยอะ มันก็กว้าง คน ๆ นึงเนี่ยมันจะได้รับข่าวสารที่เยอะ
อันนี้ไม่เฉพาะเพลงนะ ทุกอย่างเราจะจำวันแถว ๆ นี้ไม่ค่อยได้หรอก แต่เราจำวันนู้น
ๆได้.. เหมือนข่าวมันมีให้ตื่นเต้นทุกวันน่ะ อย่างพี่เมื่อก่อนบางเขนเป็นทุ่งนาอยู่เนี่ย
พี่จำได้เลยนะสโลแกน Olympic Munic 72 กีฬาดีมีที่ไหนไทย TV ไปที่นั่น! (ทำเสียงตื่นเต้นมาก)
เนี่ย จำได้เพราะมันนาน ๆ ที มันยากกว่าเราจะได้เสพ ของมันไม่ได้ดีมากกว่าหรือน้อยกว่ากันเลย
แต่ความยากความอยาก สมาธิที่จะเข้าไปหาเนี่ยมัน โอ้โห! เพลงแต่ละเพลง เมื่อก่อนมันก็กว่าจะได้อัดได้อะไรเนี่ยก็นาน
ถามว่าวิธีการแตกต่างมั้ย ไม่มี ไม่มีอะไรยากง่ายกว่ากัน แต่ขั้นตอนมันทำให้เกิดความละเมียดละไม
ภาพหรืออะไรต่าง ๆ ก็เลยละมุนละไมไปด้วย สมัยก่อนนักร้องที่เป็น Big Short
เนี่ยก็นับคนได้เลย สมัยนี้มันเยอะ..แยะไปหมด ถามสิเด็กอายุ 15 ตอนนี้ ฟังเพลงใคร
ชอบใคร เค้าก็จะชอบ จะตอบว่าเป็นคนที่ออกเทปในวันนั้นแหล่ะ เค้าจะชอบ แล้วก็จะรอคนอื่นต่อไป
เดี๋ยวนี้มันมีอะไรต้องทำมากมากขึ้น ถ้าผู้ใหญ่ก็ปากกัดตีนถีบกันไป เรื่องสำคัญในชีวิตก็มากขึ้น
เวลาที่จะมาเสพงานที่เป็นศิลปะก็น้อยลง ส่วนเด็ก ๆ นี่โอ้ย เยอะเลย มีกีฬาให้ดู
มียาให้เสพ มี game ให้เล่น มี internet ให้เข้า มันเยอะไปหมด ตัวพี่เองก็มีงานอดิเรกเยอะจนน่าตกใจ
เล่นไม่หมด ทำไม่หมด ศิลปะมัตต้องมีเวลาให้ มีความตั้งใจ พักหลัง ๆ มานี้
เด็กยุคนี้เลยชอบอะไรที่แรง ๆ เร็ว ๆ ตะโกนอะไรก็ได้ มาง่าย ๆ สักอย่างนึง
อะไรก็ได้ที่ สะปาก ได้ระบาย ไม่ต้องมีความหมายมาก ต้องง่ายไม่ต้องใช้สมาธิมากเกินไป
จังหวะง่าย ๆ จึก โต๊ะ จึก ๆ ฉันก็มันละ ดิ้นละ และถ้ามีคำง่าย ๆ มาด้วยก็จะช่วยร้องให้
Q : เนี่ยพี่ มันเลยทำให้ภาษาในเพลงมุ่งไปเพื่อการนี้ ติดหู แต่ฉาบฉวย มันเหมือนนักแต่งเพลงต้องลงไปเขียนอะไร
แบบนั้นมั้ย...
A : มันเป็นอย่างนั้น มันเปลืองตัว แต่ถ้าคิดว่าอยากจะอยู่ร่วมสมัย
พี่ไม่โทษอะไรนะ ถ้าจะอยู่ร่วมสมัยต้องทำแบบนั้น ถ้าจะหยุดก็แขวนนวมไปซะ!
Q : คงมีกลุ่มคนที่ประคับประคอง style ที่ดี + กับการร่วมสมัยได้ แต่กับนักแต่งเพลงรุ่นใหม่
ๆ ที่ต้องเขียนเพลงให้ผ่านในตอนนี้ สมัยนี้ พี่ว่าเค้าจะยังไง...
A : ไม่พูดว่าผลจะดีหรือเสีย มันเป็นอย่างนั้น มันต้องเป็นอย่างนั้น
คนรุ่นโบราณ รุ่นพ่อ ก็คงคิดว่าเพลงไอ้นิติพงษ์ เนี่ยมันฉาบฉวย ไม่ระริก
ระรื่น ละมุนละไม พี่ก็เข้าใจนะ เราไม่ใช่คนของยุคนั้น สมัยนั้น เราอยู่ในยุคนี้
ความรู้สึกร่วมมันจะเป็นของคนรุ่นนี้มากกว่า พี่นี่ก็จะบอกเลย อีกไม่นานพี่ก็อาจจะบอกว่าพี่สุดยุคแล้ว
Q : แต่ตอนนี้ยัง enjoy กับการร่วมสมัยอยู่
A : enjoy แต่บางทีก็เหนื่อย เพราะมองซ้ายมองขวา คนที่ต้องเดินตามเราเนี่ยเค้าไม่ทัน
มันเด็กกว่าอีกนะ แต่บางทีทำไมมันเช้ยเชย ถ้าเมื่อไหร่นะที่คนเราทำงานแล้วพบว่าไอ้สิ่งที่เกิดขึ้น
ไอ้ความร่วมสมัยเนี่ย เรายังรับได้ ไม่สึกเหยียดหยามนะ เราก็ยังจะทำงานอยู่ได้
แต่ถ้าเมื่อไหร่เรา "อี๊" ไปซะหมดเนี่ย เลิก ! ต้องเลิก เอาละ
แขวนนวมไปเถิด
Q : พี่เป็นคนไม่ค่อยเขียนเพลงที่แบบว่า แอบรัก แอบมองอะไรพวกนี้นะคะ สังเกตุว่าเพลงพี่จะเป็นช่วงรักไปแล้ว
อกหักไปแล้วซะมากกว่า..
A : ไอ้อารมณ์ตอนนั้นสำหรับพี่มันไม่ค่อยมีมวลในการเขียนมากพอ
พอจะเป็นเรื่องราว อารมณ์มันน้อยไป แต่ถ้าอกหักไปแล้วนี่มันจะเล่นได้หมด
มีความไม่สมบูรณ์แบบให้รู้สึกร่วมไปด้วยได้ ถ้าสมหวังไปหมด ดีไปหมดไม่ค่อยมีอะไร
แต่ถ้าอกหัก เอาแบบโง่ ๆ นี่ยังซึ้งเลย เหมือนดูหนังนะคือ พอดูหนังแล้วเราร้องไห้
เราอาจจะไม่เคยเป็นแบบนั้นหรอก แต่นึกออกว่า "ถ้า" เป็นเราจะเสียใจแบบนั้น
เศร้าแบบนั้น เพลงก็เหมือนกัน เราไม่ต้องเคยอกหักหรอก แต่แค่นึกออกว่ายังไง
สะเทือนใจไปกับมันได้
Q : ทำไมคนเรานี่ยิ่งนานไป มันยิ่งสั่นสะเทือนยากนะพี่
A : เข้าใจไง (ยิ้ม) มันเข้าใจสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น
มันจึงไม่ค่อยเป็นไรแล้ว อย่างพี่เนี่ย.. พี่เป็นคนพอใจอะไรง่าย แต่ประทับใจอะไรเนี่ยยาก..
อันนี้วัดจากคนอื่น ๆ นะ พอเค้าจิ๊จ๊ะ ๆ ขัดใจเนี่ยพี่จะแบบ ได้แล้ว เอาแล้ว
แต่พอเค้ามาแบบโอ้โห ชอบ!!! ประทับใจมาก!!! เนี่ย พี่จะ เหรอ! เหรอ
Q : เวลาพี่ตรวจเพลงนี่วัดจากความพอใจหรือประทับใจน่ะพี่ ถ้าเป็นประทับใจนี่คนส่งเพลงคงแย่นะคะ
A : (ยิ้ม) เอาความพอใจ + ควาที่เรารู้ว่าเค้าสามารถเขียนได้แบบนั้น
ในเมื่อเราเป็นคนตรวจเพลงแล้วจะเอาเส้นของเราไปวัดเนี่ย เส้นที่ต่ำหรือสูงก็รู้นะ
แต่ว่ามันเป็นเส้นส่วนตัวมากไปก็ไม่ดี แค่ขอแบบเฮ้ย! ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมได้บ้างไหม
ไม่จืดชืดนี่คือ OK
Q : เพลงแรกที่ตรวจนี่จำได้ไหมคะ..
A : เพลงตัวเองเขียนยังจำไม่ได้เลย จุดอ่อนของคนที่ประทับใจอะไรยากเนี่ยคือ
จะพลอยจำอะไรยากไปด้วย
Q : ยุคแรก ๆ เลยใน Grammy นี่นักแต่งเพลงมีใครบ้างคะ
A : มีเต๋อ, มีพี่, มีพี่นิ่ม สีฟ้า, เขตอรัญ, อรรณพ
หลังจากนั้นก็เป็นรุ่นลูกศิษย์
Q : ของใครบ้างคะ
A : ของพี่คนเดียว (หัวเราะ)
Q : ทำไมคนอื่น ๆ เค้าไม่สอน หรือว่า ..?
A : เค้าสอนกันไม่เป็น อีกอย่าง พี่นิ่ม พี่ป๋อง (อรรณพ)
เค้าจะสอนร้องเพลงอ่านโน้ตกันอยู่แล้ว ไอ้เขียนเพลงมันไม่มีหลักสูตรไง พี่ต้องคิดเอา
หาเอามาเป็นหลักให้แล้วก็สอนกันไป
Q : เคยอ่านที่พี่ให้ สัมภาษณ์ไว้ว่า หลักการพวกนี้วันหนึ่งต้องทิ้งไปนี่
คือยังไงคะ
A : มันเป็นหลักไง มันเป็นสัจธรรมของทุกสาขาวิชาความรู้เลยนะ
ในการจะทำอะไรสักอย่างเนี่ย ก็ต้องมีหลักก่อนว่าจะเริ่มยังไง พอเริ่มทำได้
ไปได เป็นธรรมชาติแล้วเนี่ยก็ต้องปล่อย จะไปยึด ไปเกาะ นับหนึ่งสองสามสี่ห้า
หนึ่งสองสามสี่ห้า ตลอดมันไม่มีทางเก่งหรอก
Q : พี่ยังพอจะจำได้มั้ยคะ
A : ได้ (ลากเสียงยาว)
Q : พอจะบอกกับน้อง ๆ ที่นี่ได้มั้ยคะ
A : ได้ .. (ยิ้มอย่างใจดี และรู้ทัน) หลักในการเขียนเพลง
1. นักร้องคือตัวตั้ง, เป็นลูกค้า เราเป็นช่างตัดเสื้อ ต้องวัดตัว ต้องรู้จัก
เป็นคนยังไง บุคลิกยังไง ชีวิตส่วนตัวส่วนตัวเป็นยังไง ถามได้ไหม พูดจาแบบไหน
หาข้อมูลมาให้ได้มากที่สุด รู้จักให้มากที่สุด 2 ฝ่าย Producer ดนตรีหรือจะเราทำเอง
ก็ต้องคิดแบบนี้กับนักร้องเช่นกัน แล้วเมื่อได้ Melody มา ซึ่งส่วนใหญ่เราจเขียนเนื้อตามหลังทำนอง
เพราะทำนองมันต้องมีรูปแบบมากกว่าเนื้อ เมื่อได้มาเราต้องมาดูว่า ทำนองนั้น
ๆ เป็นแบบไหน อารมณ์อะไร อันนี้สำคัญนะ! บางคนฟังไม่ออกนะ ว่าอันนี้มันแค่คิดถึงนะ
อันนี้แค่หวานนะไม่อกหักนะ อันนี้เศร้าลึก ๆ แต่อิ่มใจนะ.. ฟังให้ออกจะดี
จะตีความได้ จะได้เปรียบ 3. คิดว่าจะเขียนอะไร เรื่องแบบนี้นะ มุมมองนี้นะ
พี่จะใช้คำว่า "ถ้าเรื่องเก่า คำต้องใหม่ ถ้าเรื่องใหม่แล้วคำธรรมดาก็ได้"
เพราะถ้าคิดมาแล้วซ้ำมันก็ยากที่จะดีนะ หึ่งเลยคือพี่เขียนไปแล้ว สองคือมีคนเขียนต่ออีกประมาณ
200 เนื้อ มันก็ต้องหาใหม่แล้ว ฝึกคิดแบบอื่น ๆ ต่าง ๆ ไปบ้าง เปลี่ยนแง่มุมที่จะพูด
4. เรื่องที่เอามานั้น เรื่องที่คิดสารตะแล้ว จะอย่างนั้นนะ อย่างนี้นะ ฉันจะพูดถึงคนนั้นคนนี้
เป็นพูดแบบนี้ พูดกับตัวเอง พูดบอกเธอ พูดรวม ๆ ตัวต่อตัว วิธีการเขียนออกไปเนี่ยมันสื่อสารมั้ย
รู้เรื่องมั้ย ตั้งเป่ามาว่าจะเขียนอย่างนี้เนี่ยทำได้รึเปล่า คนเข้าใจกันรึเปล่า
5. ข้อนี้นี่ตกม้าตายกันเป็นแถว เพราถ้าข้อ 4 มันเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นข้อมูล
เป็นวิธีการ ข้อนี้มันคือศิลปะล้วน ๆ นั่นคือ "ชอบรึเปล่า" คนจะชอบกันมั้ย
plot ดีแล้ว แปลกแล้ว เล่าเรื่องดีแล้ว วิธีการดีหมด แล้วแต่ว่า "ชอบรึเปล่า"
ประทับใจรึเปล่า สะเทือนใจคนได้มั้ย ? ลองนึกว่าอะไรบ้างที่ตรงกันข้ามกับ
"ไม่ประทับใจ" คือ "เฉย ๆ" เฉย ๆ แปลว่าอะไร เฉย ๆ แปลว่า
คนใส่เสื้อสีขาว เดินไปในห้องขาว แล้วมัีคนใส่เสื้อสีขาวเดินเข้ามาอีก นั่นคือเฉย
ๆ ไม่แปลกใจ ก็ไม่ประทับใจ ไม่สะเทือนใจ
Q : อะไรที่พี่ ซีเรียสที่สุดในการตรวจเพลงของนักแต่งเพลง หน้าใหม่
A : วรรณยุกต์ + กับ melody แล้วดี ลงตัว ไม่โกงโน้ต
ฟังดี วรรคตอนของคำรู้เรื่อง ถ้า 2 อย่างนี้ไม่ได้เนี่ยผิดมหันต์เลยนะสำหรับพี่
Q : ในข้อที่ 3 ที่พี่บอกให้ คิดแปลกแตกต่าง มีอะไรที่จะบอกน้อง ๆ ให้ฝึกการคิดแบบนี้ได้บ้างคะ
A : มันน่าจะเป็นคนที่อยู่คนเดียวได้ ไปกินข้าวคนเดียวได้
แล้วนั่งมองอะไรต่าง ๆ รอบตัวไปเรื่อย ฝึกมองผู้คน คิดไปอย่างโน้นอย่างนี้
เรื่อยเปื่อย ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะยังไง แบบนี้จะยังไง ฝึกสร้างเรื่อง ฝึกจินตนาการ
Q : เพ้อเจ้อนั่นเอง...
A : ใช่! แต่ต้องเอามาใช้นะ ต้องสรุปเป็นงานให้ได้
เพ้ออย่างเดียวก็ไม่ดี จะลองคิดเป็นเพลง Ballade เพลงเล่าเรื่อง ก็ได้ถ้าจะฝึกเรื่องการคิด
วิธีเนี้ยง่ายที่สุด เล่ามาเลยเรื่องเป็นยังไง ฉันเดินเข้าห้องมาฉันเปิดไฟ
ทำอะไรบ้างก็ว่าไป แต่ท้ายสุดต้องสรุปให้ได้ว่าจะบอกอะไร เรื่องเป็นยังไง..
เด็กเขียนเพลงใหม่ ๆ เนี่ยไม่ค่อยมีเรื่องนะ ขึ้นมาก็ฉันเธออย่างนั้น อย่างนี้รักกันไปมา
พวกนี้นี่พื้น ๆ ละพี่จะเรียกพวกนี้ว่า "คำในโกดัง" มีเยอะ มีมานาน
เก่า ไม่แปลกเลย เราต้องประพันธ์นะ นักประพันธ์เพลง คำไม่มี ต้องสร้าง ต้องหา
เอามาใช้ เราต้องเป็นนักประพันธ์เพลง
Q : พี่เคยพูดว่าเพลงหลัง ๆ ที่ชอบเพราะรู้สึกว่าเขียนได้แบบ กูยังไม่แก่นี่หว่า
นี่คือ "แพ้ใจ"
A : แพ้ใจ นี่สนุก ตั้งโจทย์ให้กับตัวเองเลยนะว่า
ถ้าแต่งเพลงให้ใหม่เนี่ย มันจะต้องมีอะไรบังคับบ้าง อารมณ์ที่ออกมามันจะต้อง
(เน้นเสียง) ต้องเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านอะไรมาบ้างแล้ว ช้ำใจมาน่ะนะ..
ต้องเป็นคนเศร้า แล้วเสือกเป็นจิ๊กโก๋ด้วย และต้องพูดจาแบบอบอุ่น เศร้า,
จิ๊กโก๋, อบอุ่น 3 ข้อไม่เกี่ยวกันเลย (หัวเราะ)
Q : พูดถึง "คิดถึงคนแปลกหน้า" หน่อยสิ พี่ น้อง ๆ เค้า กำลังกรี๊ดกัน...
A : เพลงนี้นึกจาก Target ของไอ้แอมมัน น่าจะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว
ทำงานแล้ว ยัปปี้นิด ๆ ประมาณว่าวันศุกร์ไปถนนพระอาทิตย์.. เจอเพื่อนของเพื่อนอะไรเงี้ย!
คุยกัน แล้วแบบยืดเยื้อ แล้วก็ผ่านไป.. (นิ่งไปนาน) คนขี้เหงาเยอะนะ!
Q : พี่ขี้เหงามั้ย
A : ไม่ เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว.. ก็เสียดายเหมือนกัน..(ยิ้ม)
ถัดจากนี้ก็เป็นการสนทนาว่าด้วยเรื่อง เหงาไม่เหงาต่อไปอีกเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ
ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานตามภาระหน้าที่ ด้วยคำทิ้งท้ายแบบคนไม่เหงาของ "พี่ดี้"
นิติพงษ์ ห่อนาค ต้นแบบและความฝันของใคร หลายคนที่อยากจะเป็นนักแต่งเพลง
"เออ ว่าง ๆ แวะขึ้นมาคุยกันอีกนะ สนุกดี...."
บทสัมภาษณ์จาก
naivesong.com [MUSIC MAGAZINE ON THE NET] ปี 2543
ขอขอบคุณข้อมูลของท่านพระครูฯเป็นอย่างสูง
|
|
|